ทุกครั้งที่คุณดูหนัง, ดูสารคดี, เล่นเกม, หรือแม้แต่การทำกิจกรรมต่างๆ ล้วนมีดนตรีเข้ามาเกี่ยวข้องทั้งนั้น ดนตรีสามารถสร้างอารมณ์ร่วมหรือเรียกได้ว่าเป็น "ตัวเชื่อม" ให้กับสิ่งที่กล่าวมาทั้งหมดได้เป็นอย่างดี ในตอนแรกผมไม่สนใจเรื่องพวกนี้เท่าไร แต่แล้วสะกิดใจตัวเองว่าทำไมผมถึงชอบหนังเรื่องนี้ ทำไมผมถึงชอบเกมนี้ ทำไมผมถึงชอบไปในร้านหนังสือหรือสถาณที่ต่างๆ ส่วนหนึ่งมาจากดนตรีนี่เอง กลับกลายเป็นว่า  ผมเริ่มหลงใหลเพลงพวกนี้ ณ ตอนนี้ผมชอบฟังเพลงพวกนี้ซะแล้ว ผมมานึกดูอีกทีคงจะมีคนคิดแบบผมในตอนแรกแน่ๆ ฟังไปได้หว่ามีแต่ทำนองทั้งนั้น ตอนนั้นพี่ชายผมฟัง Kitaro อยู่ (เพลงประกอบสารคดีทางสายไหม) และผมที่ชอบฟังมากที่สุดคือเพลงประกอบของเกมซึ่งเป็นเกมRPGส่วนใหญ่ และเพลงประกอบหนังที่ชอบด้วย

ศิลปินหลักๆที่ชอบก็มี

Kitaro

Yasunori Mitsuda

Yoko Shimomura

Nobuo Uematsu

Motoi Sakuraba

Koichi Sugiyama

Randy Newman

Thomas Newman

และคนอื่นๆมีอีกเยอะ

ทุกคนที่กล่าวมาล้วนมีชื่อและประวัติใน http://en.wikipedia.org/wiki/Wiki ทั้งนั้นเลย

ดูหนังอย่างไรให้สนุก?

posted on 29 Aug 2008 12:37 by sullster  in Optimism

การดูหนังเป็นการผ่อนคลายอย่างดีเวลาที่คุณเครียดๆ หรือต้องการฆ่าเวลาเพื่อรอคอยบางสิ่ง หรือสนองความต้องการในสิ่งที่ชอบ แต่หลักของการดูหนังให้สนุกมีคร่าวๆดังนี้

1.อย่าคาดหวังว่าหนังที่คุณไปดูมันจะเป็นไปตามที่คุณคิดเสมอไป

2.อย่าฟังหรืออ่านคำวิจารณ์ของหนังจากคนอื่น หรือจากใครก็ตามที่คิดว่าตัวเองเป็นนักดูหนัง เพราะนักดูหนังมันอยู่ที่ตัวคุณเองต่างหาก (แต่ละคนชอบหรือไม่ชอบ มันแตกต่างกัน) เพราะคุณอาจจะพลาดหนังดีๆเพราะคนพวกนี้

3.การดูหนังผมแนะนำให้ดู หลายๆรอบครับ อันนี้แล้วแต่ใครจะสะดวก แต่ผมแนะนำให้ดูอย่างต่ำ2รอบครับ

 -รอบแรกดูหนังแบบคร่าวๆ ดูเนื้อเรื่องหลักๆ จับเนื้อหา รอบแรกนี่ละอาจจะพลาดบางสิ่งไป อาจทำให้ชอบหรือไม่ชอบเลยก็มี เลยแนะนำให้ดูอีกรอบ

 -รอบสองดูเพื่อเก็บรายละเอียดจากหนัง สิ่งที่พลาดในรอบแรกจะเติมเต็มในรอบที่สองนี่ละ และอาจสร้างความประทับใจมากยิ่งขึ้น

 -รอบที่สามเก็บรายละเอียดเพิ่มเติม หรือเป็นความชอบส่วนตัว ซึมซับอารมณ์ของหนัง และบทเพลงของหนัง อาจเจอ Plot Hole ในหนังได้ แต่ใครแคร์ละ (รอบที่สามนี้จัดอยู่ในรอบที่สองก็ได้ เพื่อประหยัดงบ)

 -รอบที่สี่ขึ้นไปนี่เริ่มนับว่า ชอบถึงชอบมาก หรือบ้าไปเลย อันนี้แล้วแต่บุคคลและกำลังทรัพย์ของแต่ละคน

สามข้อหลักๆแค่นี้ก็ทำให้คุณดูหนังได้สนุกแล้ว

ME LOVE WALL•E

posted on 29 Aug 2008 01:19 by sullster  in Crazy

ไปดูเรื่อง Wall•E มาแล้วรู้สึกชอบมากๆ

อาจจะSPOILนิดหน่อยคงไม่ว่า ถ้าดูแล้วก็แล้วไปแต่ถ้ายังไม่ดูก็ขออภัย

หนังเรื่องนี้เป็นหนังที่เห็นแว็บแรกก็คิดว่า มันก็แค่หนังอนิเมชั่นธรรมดานี่หว่า ลองเข้าไปดูสักหน่อยก็ดี เป็นหนังที่ผิดคาดมาก มันมีอะไรที่ไม่ธรรมดา มันอะไรที่ลึกซึ้งกว่านั้น ถึงเรื่องนี้จะไม่มีเทคนิคอะไรใหม่ๆก็ตาม ผมหลงรักหนังเรื่องนี้ทันทีเลยที่หนังจบ ผมร้องให้เพราะหนังเรื่องนี้ถึง2ครั้ง ผมรู้สึกเศร้ากับวอลอีมากตอนเริ่มเรื่องและท้ายเรื่อง อยากรู้ว่าทำไม?

เริ่มแรกของเรื่องแสดงถึงวอลอีอยู่อย่างโดดเดี่ยวบนโลกใบนี้กับแมลงสาปเป็นเพื่อน(หรือสัตว์เลี้ยงไม่รู้)ท่ามกลางพวกวอลอีตัวอื่นที่พังไป วอลอีต้องการใครสักคนกุมมือด้วยเวลาที่ดูละครเพลง เรื่อง Hello Dolly เพลงละคร "Put On Your Sunday Clothes" และ "It Only Takes a Moment"

สิ่งที่ทำให้วอลอีมีหัวใจเพราะเค้าอยู่มานานถึง700ปี พบกับสิ่งของต่างๆของมนุษย์ และเค้าค่อยๆเรียนรู้จากสิ่งนั้นๆ (เพราะพิกซาร์ด้วยหนังทุกเรื่องของพิกซาร์ ตัวละครทุกตัว พิกซาร์ทำให้ "มีชีวิตและจิตใจ") และที่ทำให้วอลอีมีความรู้สึกก็เพราะละครเพลงที่เขาดูตลอดเวลา ในเรื่องนี้หุ่นที่ดูมีความเป็นมนุษย์มากที่สุดคือวอลอี (ถึงแม้เขาจะไม่มีปาก, จมูก และใบหน้าก็ตาม แต่สามารถสื่ออารมณ์ออกมาได้ดีมาก (เพราะพิกซาร์อีกแล้ว)

ช่วงแรกของหนังอาจจะดูอืดๆสำหรับบางคน แต่สำหรับผมเหมือนเป็นการเฝ้าดูพฤติกรรมชีวิตประจำวันของใครสักคนเท่านั้นเอง (เหมือนดู I am legend เลยแฮะ)

หลังจากที่วันหนึ่งอีฟได้ปรากฏตัวนั่นละ คือสิ่งที่วอลอีปรารถนามาตลอดคือต้องการใครสักคนที่กุมมือด้วย และเป็นหุ่นตัวแรกที่วอลอีได้พบหลังจากผ่านเวลามาเนิ่นนาน (ตรงนี้ขำๆนะถ้าเกิดหุ่นที่มาเป็นหุ่นเพศชายจะเป็นไง) ช่วงนี้เริ่มแสดงถึงบุคลิกต่างๆของวอลอีได้ดีขึ้น แสดงถึงความตื่นเต้น ไร้เดียงสา (เหมือนเด็กๆเลย) จนกระทั่งวอลอีเอาต้นไม้มาอวดนี่ละ ถึงเกิดเรื่อง ที่อีฟมาที่โลกเพราะค้นหาต้นไม้ จากนั้นเธอก็ปิดการทำงานและเข้าโหมดสแตนบาย ทำให้วอลอีเศร้าอีกแล้ว... หลังจากนั้นจะได้ดูวอลอีพาอีฟเดทแบบ(มัดมือชก)น่ารักๆ

แต่แล้ววันหนึ่งอีฟได้ถูกนำตัวกลับยาน วอลอีต้องตามอีฟให้ทัน ถ้าไม่ทันวอลอีจะไม่มีวันได้พบอีฟอีกตลอดกาล วอลอีตามอีฟออกไปถึงนอกโลกเลย งดงามมาก จนกระทั้งถึงยานอวกาศแอ็กเซี่ยม (ตรงนี้ได้พบหุ่นโมที่แสนจะซื่อและน่ารักจอมขโมยซีนทั้งเรื่อง) วอลอีคงแปลกใจไม่น้อยเลยที่มาเห็นมนุษย์ได้ทิ้งโลกของพวกเขาใว้เบื่องหลัง แต่มามีชีวิตแบบขาดสุนทรีย์ และช่วยเหลือตัวเองไม่ได้ นอกจากกินและคุยและนอน (นี่คืออนาคตที่เกิดจาก มนุษย์เป็นพวกชอบความสะดวกสะบาย คิดว่าช่วงแรกคงไม่ถึงขนาดนี้ แต่เพราะเทคโนโลยีและความสะดวกสะบายทำให้แบบที่เห็นในหนัง ไม่รู้จักแม้กระทั่งเต้นรำด้วยซ้ำ 700ปีทำอะไรกันนี่?) แต่นั้นไม่สำคัญเท่าทำอย่างไรให้อีฟสมหวังในภาระกิจที่ได้รับ (ช่วงนี้วอลอีเป็นสุภาพบุรุษมาก แนะนำตัวเองทุกครั้งที่พบใครๆ) แต่แล้วเรื่องร้ายก็เกิดขึ้นเมื่อต้นไม้ที่อีฟเอามาได้หายไป และนั่นทำให้เกิดเรื่องวุ่นตามมา ช่วงนี้เนื้อเรื่องสนุกดี

-อีฟเริ่มหลงรักวอลอีเมื่อได้พบกับภาพที่วอลอีดูแลอีฟตลอดเวลาที่อีฟสแตนบายตอนอยู่บนโลก

-สาเหตุที่กัปตันต้องการกลับโลกเพราะ ต้องมีใครสักคน "ดูแล" ต้นไม้และโลกที่พวกเขาทิ้งมา (และอยากกิน "ต้นพิซซ่า" ด้วย)

-ชอบที่กัปตันพูด "I don't want to survive! I want to live!" ฉันไม่ต้องการมีชีวิตรอด! ฉันอยาก(มีชีวิต)เป็นมนุษย์!

-ออโต้ ผู้ซื่อสัตย์กลายเป็นตัวร้ายซะแล้ว เพราะประธานบริษัทบีเอ็นแอลรุ่นแรกดันออกคำสั่งห้ามกลับโลก

-วอลอีถูกทำร้ายอาการสาหัส...ฮือ

-อีฟพยายามช่วยเหลือวอลอี แต่วอลอีบอกให้กลับโลก

-อีฟ, วอลอี, โม และผองเพื่อนหุ่น(เพี้ยน) ช่วยกันนำต้นไม้ไปยังเครื่องตรวจจับพืช เพื่อนำยานแอ็กเซี่ยมกลับไปยังโลก โดยแลกกับชีวิต...วอลอี

เมื่อกลับโลกได้แล้ว โดยแลกกับชิวิตวอลอี คงโหดร้ายมาก อีฟนำร่างวอลอีไปซ่อม แต่วอลอีสูญเสียความทรงจำ (ตรงนี้มีให้เลือกนะ ถ้าจบแบบวอลอีสูญเสียความทรงจำจริงก็จะจบแบบที่มนุษย์ต้องจดจำวอลอีไว้ตลอดกาลเลย) แต่ความทรงจำของวอลอีก็กลับมาอีกครั้งเมื่ออีฟครางเพลง "It only takes a moment" ท่อนเพลงที่อีฟครางคือ "To be loved, a whole life long..."พร้อมกับ "จูบ" ลาวอลอี

End Credits ของหนังเรื่องนี้คือสิ่งสำคัญเช่นกัน เพราะเป็น "เนื้อเรื่องจริงๆ" หลังจากที่มนุษย์กลับมาที่โลกแล้วเกิดอะไรขึ้นต่อไป

หนังเรื่องนี้เป็นเรื่องที่ดีที่สุดเท่าที่ดูมาเลย และเรื่องนี้เป็นหนังโรมันติกเป็นหลักครับ ไซ-ไฟเป็นรอง และยกความดีให้พิกซาร์เลยครับ พิกซาร์ทำให้หนังมีชีวิต ใส่ชีวิต ใส่จิตใจ ให้ตัวละคร ละเอียดอ่อนกับเรื่องพวกนี้ดีมาก เหมือนคนจริงๆเลย ประทับใจทุกเรื่องที่ดูมาเลย พิกซาร์จงเจริญ!!!

เพลงจบ

Down to earth

Peter Gabriel
Did you think that your feet had been bound
By what gravity brings to the ground?
Did you feel you were tricked
By the future you picked?
Well come on down

All these rules don't apply
When you're high in the sky
So come on down
Come on down

We're coming down to the ground
There's no better place to go
We've got snow upon the mountains
We've got rivers down below
We're coming down to the ground
To hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

Did you think you'd escaped from routine
By changing the script and the scene?
Despite all you made of it
You're always afraid of the change

You've got a lot on your chest
Well you can come as my guest
So come on down
Come on down

We're coming down to the ground
There's no better place to go
We've got snow upon the mountains
We've got rivers down below
We're coming down to the ground
We'll hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

Like the fish in the ocean
We felt at home in the sea
We learned to live off the good land
We learned to climb up a tree
then we got up on two legs
But we wanted to fly
When we messed up our homeland
and set sail for the sky

We're coming down to the ground
There's no better place to go
We've got snow upon the mountains
We got rivers down below
We're coming down to the ground
We'll hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
send the seeds out in the breeze

We're coming down
Comin' down to earth
Like babies at birth
Comin' down to earth

Redefine your priorities
These are extraordinary qualities

We're coming down to the ground
There's no better place to go
We've got snow upon the mountains
We've got rivers down below
We're coming down to the ground
We'll hear the birds sing in the trees
And the land will be looked after
We send the seeds out in the breeze

ข้อมูลเพิ่มเติม

http://www.imdb.com/title/tt0910970/

http://en.wikipedia.org/wiki/WALL-E